กรุงเทพมหานคร, ประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2568 ได้เกิดปรากฏการณ์ครั้งสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ภายในงานคอนเสิร์ตและกิจกรรมเจรจาธุรกิจ “The 2 Colours of Sound Thailand-Mongolia” ซึ่งจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.)
กิจกรรมในครั้งนี้ นำโดย คุณณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล กงสุลกิตติมศักดิ์มองโกเลีย (ประจำจังหวัดภูเก็ตและพังงา) และประธานสภาวัฒนธรรมไทยในเมืองอูลานบาตอร์ ประเทศมองโกเลีย ร่วมกับ คณะกรรมการจัดงาน และกลุ่มผู้สนับสนุนที่เข้มแข็ง
ภายในงานได้รับเกียรติจากแขกผู้มีเกียรติและบุคคลสำคัญเข้าร่วมงานกว่า 400 ท่าน อาทิ
ดร.ชุมพล พรประภา ประธานสมาคมคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ (ประเทศไทย) หรือ HCAT พร้อมด้วยคณะกงสุลกิตติมศักดิ์ และสมาชิกสมาคม รองศาสตราจารย์ ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) พร้อมด้วยคณะผู้บริหารสถาบันฯ
ที่ปรึกษาและนักการทูต จากสถานเอกอัครราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย
สมาชิกวุฒิสภา
ผู้แทนระดับสูงจาก กระทรวงวัฒนธรรม และ กระทรวงการต่างประเทศ
ท่วงทำนองแห่งวัฒนธรรม (A Symphony of Cultures)
ณ หอประชุม ดร.ประสม โรจนะ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสกับการแสดงดนตรีผสมผสานที่หาชมได้ยาก ระหว่างวง Agmat Band จากมองโกเลีย และ Solongo Yatga (ศิลปินเครื่องดนตรีพิณมองโกเลีย) ร่วมกับวง Usa Asli จากประเทศไทย นอกจากนี้ ไฮไลต์สำคัญของงานคือการปรากฏตัวของ Michel & Amazonka ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลกผู้ออกแบบชุดพิธีการโอลิมปิกของมองโกเลีย ซึ่งได้รับเสียงปรบมือและการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้งผู้ชมชาวไทยและชาวมองโกเลีย
การเชื่อมโยงธุรกิจและนวัตกรรม (Bridging Business and Innovation)
ในช่วงเช้าก่อนการแสดงคอนเสิร์ต ได้มีการจัดกิจกรรม Business Matching ณ อาคารสำนักงานอธิการบดี สจล. โดยเป็นการเจรจาธุรกิจระหว่างกลุ่ม Yes-Mongolia และ KMITL Connext นำโดยคุณดาว ไวรักษ์สัตว์ ที่แรึกษากงสุลกิตติมศักดิ์และสมาชิก Yes Mongolia ประเทศไทย โดยมี Ms.Guamaral Altangerel ที่ปรึกษาสถานเอกราชทูตมองโกเลียประจำประเทศไทย ร่วมให้ข้อมูลเกี๋ยวกับเศรษฐกิจของมองโกเลีย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการชั้นนำจากมองโกเลียและนักธุรกิจชาวไทย (รวมถึงศิษย์เก่าในโครงการ KMITL Connext) ได้สร้างเครือข่ายความร่วมมือใหม่ๆ ทั้งในด้านการค้า เทคโนโลยี และการศึกษา
วิสัยทัศน์สู่อนาคต
นายณัฐพงศ์ พันธเกียรติไพศาล ได้กล่าวทิ้งท้ายถึงความสำเร็จในครั้งนี้ว่า
”นี่เป็นครั้งแรกที่มีการจัดกิจกรรมความร่วมมือระหว่างไทยและมองโกเลียในขนาดใหญ่ ซึ่งจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากขาดการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน คณะกงสุลกิตติมศักดิ์ , นักการทูต และทุกภาคส่วนโดยเฉพาะผู้เข้าร่วมงาน ความสำเร็จในครั้งนี้ ถือเป็นรากฐานสำคัญที่จะทำให้เกิดความร่วมมืออย่างต่อเนื่องต่อไปในอนาคต”
งานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการฉลองมิตรภาพ 52 ปี แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่แห่งการส่งเสริมวัฒนธรรมและเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างสองประเทศ







